Grid Brief

  • เครื่องฟอกอากาศเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงในช่วง 2-3 ปีนี้ โดยเฉพาะในประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีกิจกรรมทางอุตสาหกรรมมาก ยอดขายเครื่องฟอกอากาศจะดีเป็นพิเศษ
  • คาดการณ์ว่าเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรอง HEPA จะสร้างยอดขายได้สูงสุด เพราะมีประสิทธิภาพกรองอากาศให้สะอาดได้ถึง 99.97 เปอร์เซ็นต์
  • นอกจากเครื่องฟอกอากาศจะช่วยให้อากาศสะอาดแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ อีก เช่น ใช้เครื่องดูดควันในห้องครัว ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน ทำความสะอาดผ้าต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้าน และปลูกต้นไม้

อากาศนอกบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 นั้นช่างไม่น่าอภิรมย์กับปอดเอาเสียเลย ส่งผลให้แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลกมียอดขายเครื่องปรับอากาศ เครื่องดูดฝุ่น เครื่องฟอกอากาศ และสมาร์ททีวีเพิ่มขึ้นทันตา โดยเฉพาะเครื่องฟอกอากาศที่ดูเหมือนกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นที่ทุกบ้านจำเป็นต้องมีไปแล้ว

อากาศมีค่าดั่งทอง

เมื่อ 2 ปีก่อน เครื่องฟอกอากาศ คือเครื่องใช้ไฟฟ้ามาแรงที่มียอดขายพุ่งขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ และ คาดว่าในปีนี้ (พ.ศ.2564) ยอดขายเครื่องฟอกอากาศทั่วโลกจะมีมูลค่ามากกว่า 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 867,000 ล้านบาท บ่งบอกว่าอากาศสะอาดนั้นมีมูลค่าดั่งทองไปแล้วในยุคนี้ 

จากข้อมูลพบว่า เครื่องฟอกอากาศขายดีเป็นพิเศษในประเทศที่เจริญก้าวหน้าและมีการพัฒนาไม่หยุดยั้ง ซึ่งทำให้มีกิจกรรมทางอุตสาหกรรมมาก มีการสร้างโรงงานใหม่ มีการขยายเมือง และมีอัตราส่วนของที่พักอาศัยหนาแน่น สำหรับประเทศที่ทำสถิติมีการใช้เครื่องฟอกอากาศเพิ่มสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ อเมริกา เม็กซิโก เยอรมนี และรัสเซีย มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงปี พ.ศ.2563-2568 เครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรอง High Efficiency Particulate Air หรือที่รู้จักกันในชื่อ HEPA จะมียอดขายสูงสุด เนื่องจากเป็นแผ่นกรองอากาศคุณภาพสูง ทำจากเส้นใยไฟเบอร์กลาสที่ถักทอกันจนแน่นหนาและเล็กละเอียด จึงสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กมากๆ ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วย จึงมีประสิทธิภาพกรองอากาศให้สะอาดได้ถึง 99.97 เปอร์เซ็นต์


เครื่องฟอกอากาศกินไฟเท่าไร

มาดูกันว่า เครื่องฟอกอากาศที่ส่วนใหญ่เปิดใช้งานเพื่อเปลี่ยนอากาศในบ้านให้สะอาดตลอด 24 ชั่วโมงนั้น สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าและจำนวนเงินในกระเป๋าของคุณไปเท่าไร

เครื่องฟอกอากาศจะกินไฟตั้งแต่ 2-66 วัตต์ ยิ่งวัตต์สูง ยิ่งกินไฟมาก

วิธีการคำนวณค่าไฟคือ กำลังไฟฟ้า (วัตต์) x จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า ÷  1000 x จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = จำนวนหน่วยต่อวัน (ยูนิต)

ยิ่งใช้ไฟมาก ก็ยิ่งต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มเป็นขั้นบันได ดังนี้

  • หน่วยที่ 0 – 150 จ่ายราคาหน่วยละ 3.2484 บาท
  • หน่วยที่ 151 – 400 จ่ายราคาหน่วยละ 4.2218 บาท
  • หน่วยที่ 400 ขึ้นไป จ่ายราคาหน่วยนะ 4.4217 บาท

นั่นคือพลังงานและเงินที่คุณจะนำไปแลกเปลี่ยนมาเป็นอากาศสะอาดในบ้าน

เสริมพลังการฟอก (อากาศ)

นอกจากการเปิดสวิตช์เครื่องฟอกอากาศ เพื่อให้อากาศในบ้านสะอาด ยังมีวิธีการอื่น ๆ ที่คุณต้องทำร่วมด้วย เพื่อช่วยให้เครื่องฟอกอากาศไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป ซึ่งสุดท้ายก็จะช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟได้ด้วย  

  • หมั่นเปลี่ยนแผ่นกรอง

ต้องหมั่นเช็กอุปกรณ์เครื่องใช้ทุกชิ้นในบ้านที่มีแผ่นกรอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องอบผ้า ว่ามีฝุ่นเขรอะหรือสกปรกจนกรองอะไรไม่ได้แล้วหรือเปล่า 

  • ใช้เครื่องดูดควันในครัว 

ครัวคือตัวการสำคัญที่เป็นมลพิษในบ้าน โดยเฉพาะเตาแก๊สที่ปล่อยสารพิษอันตรายทั้งคาร์บอนมอนอกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งเตาไฟฟ้าก็ปล่อยสารพิษเหล่านี้เช่นกัน แต่ในระดับที่ต่ำกว่า ทางที่ดีควรติดเครื่องดูดควัน ซึ่งต้องหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอ หรือเปิดหน้าต่างช่วยระบายอากาศบ้าง 

  • ทำความสะอาดผ้า 

ผ้าทุกชนิดในบ้าน ทั้งพรม เสื่อ หมอนและม่าน แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ จริง ๆ แล้วถือเป็นตัวดักจับฝุ่น ดังนั้นควรหมั่นซัก ดูดฝุ่น หรือสะบัดผ้าที่ใช้ตกแต่งบ้านเป็นประจำด้วย  

  • งดสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ในบ้านเป็นการสร้างควันพิษให้บ้าน ทำให้ปอดของคนสูบและปอดของคนที่ไม่ได้สูบต้องหายใจควันพิษเข้าไปด้วย ถ้าเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ อย่างน้อยสูบนอกบ้านในพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทก็ยังดีกว่า

  • ปลูกต้นไม้

รู้หรือไม่ว่า ในบ้านยังมีมลพิษอื่น ๆ เช่น 

เบนซีนที่พบในพลาสติก ยาฆ่าแมลง สีย้อมผ้าและหมึกพิมพ์, ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบได้ในวัสดุบุผิว เฟอร์นิเจอร์ แผ่นไม้อัดและน้ำยาทำความสะอาด, ไตรคลอโรเอทธิลีนที่พบได้ในสีทาบ้านและสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์,  แอมโมเนียที่พบได้ในน้ำยาเช็ดกระจกและน้ำยาทำความสะอาด 

ส่วนวิธีกรองมลพิษที่อยู่ในบ้านเหล่านี้ ทำได้ง่าย ๆ เพียงหาต้นไม้มาปลูก นอกจากช่วยเพิ่มให้อากาศที่คุณหายใจเข้าไปสะอาดมากขึ้นแล้ว ยังช่วยตกแต่งประดับบ้านให้น่าอยู่และสดชื่นขึ้นอีกด้วย สำหรับต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยกรองสารพิษได้ เช่น วาสนาอธิษฐาน เยอร์บีร่า เบญจมาศ หน้าวัว โกสน จั๋ง เศรษฐีเรือนใน สับปะรดสี เศรษฐีเรือนแก้ว สาวน้อยประแป้ง เฟินบอสตัน เขียวหมื่นปี ยางอินเดีย เดหลี พลูด่าง ลิ้นมังกร ไอวี่ ฟิโลหูช้าง เสน่ห์จันทร์แดง ว่านหางจระเข้ เป็นต้น

ลองทำตามวิธีเหล่านี้กันดู เพื่ออากาศที่สะอาด แถมยังประหยัดไฟอีกด้วย