Grid Brief

  • ต้นมอนสเตอราเป็นกระแสมาแรงในเมืองไทยช่วง 2-3 ปีนี้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ช่วยฟอกอากาศ ฟอร์มสวย และคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเฉพาะใบด่างที่เป็นพันธุ์ด้อยของมอนสเตอรา ยิ่งหายาก ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการ
  • มอนสเตอราด่างมินต์เป็นพืช 1 ใน 4 จากตระกูลมอนสเตอราด่าง ที่ถือว่าแพงและหายากที่สุด โดยเฉพาะต้นที่สมบูรณ์ มีฟอร์มต้นและใบปรุสวย ๆ มีโอกาสขายได้สูงถึงหลักล้านบาท
  • อากาศร้อนชื้นของไทยถือเป็นแหล่งปลูกที่เหมาะกับต้นมอนสเตอรา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากปลูกเพื่อการลงทุน

ในยุคที่ไม้ประดับให้ผลลัพธ์คุ้มค่ามากกว่าแค่ความสวยงามตามมุมห้อง ใครจะไปรู้ว่า ไม้ด่างที่ได้ชื่อว่าเป็นพันธุ์ด้อยของต้นไม้อย่างมอนสเตอราด่างมินต์ (Monstera Deliciosa Mint) จะกลายเป็นสินค้าแรร์ไอเทม หรือของหายากที่ขายได้ราคาดีงาม เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

หากเป็นสมัยก่อน ต้นไม้ที่มีใบด่าง มีสีขาว สีเหลือง สีชมพูแซมเป็นริ้วเป็นด่างบนใบสีเขียว มักเป็นที่รู้กันดีว่า ลักษณะใบเหล่านี้เกิดจากยีนส์ด้อยทางพันธุกรรม และคนก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก แต่ปัจจุบันไม้ด่างเหล่านี้กลับสร้างรายได้สูงให้คนปลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นสายพันธุ์หายาก อย่างล่าสุดที่เป็นที่ฮือฮาเมื่อแม่ค้าคนหนึ่งประกาศขายต้นมอนสเตอราด่างมินต์ที่มีใบสวย ๆ เพียง 4 ใบ ในราคาสูงถึง 1.4 ล้านบาท และแน่นอนว่ามีผู้ซื้อไปในเวลาอันรวดเร็ว ดูช่างคุ้มค่ากว่าการลงทุนในหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์เสียอีก สำหรับผู้ที่คิดอยากลงทุนเลี้ยงไม้ด่างไว้ทำเงิน มาทำความรู้จักมอนสเตอราด่างมินต์ต้นนี้กันสักหน่อย 

มอนสเตอรา…ราชินีแห่งไม้ใบ

มอนสเตอราสายพันธุ์ทั่วไปมีมากกว่า 50 สายพันธุ์ ซึ่งเจ้ามอนสเตอรานี้ ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีแห่งไม้ใบ’ เพราะรูปทรงของใบที่สวยงามโดดเด่น มีชื่อเรียกในประเทศไทยว่า พลูฉีก หรือพลูแฉก (Swiss Cheese Plant) เป็นที่นิยมมากในเมืองไทยตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอินสตาแกรมและพินเทอเรส จะเห็นรูปของต้นมอนสเตอรามากมายอยู่เต็มหน้าฟีด

เดิมทีมอนสเตอราเป็นพืชที่เติบโตในเขตร้อนชื้นตามป่าดิบเขา หมู่เกาะของทวีปอเมริกา เป็นไม้เลื้อยที่เลื้อยตามพื้นดินหรือไม้ที่ปักพยุงค้ำต้น ลำต้นสามารถยาวได้ถึง 4 เมตร มีลักษณะของลำต้นเป็นข้อสั้น ใบเดี่ยวคล้ายรูปหัวใจหรือรูปไข่ปลายใบเรียวแหลม เส้นกลางใบ 5 แฉก มีแฉกฉลุบนพื้นใบ เรียงสลับระนาบเดียวกัน ใบมีความหนาและมันเหมือนหนัง ผิวของใบเรียบและมีขนาดใหญ่ เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของพืชตระกูลนี้ที่ทำให้ผู้คนหลงรัก ซึ่งพันธุ์ธรรมดาทั่วไป สนนราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน แต่ถ้ามีความด่างมาก ราคาก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว


Credit: www.stayhappiest.com

พันธุ์ด้อยที่หายากและราคาสูงลิ่ว

ส่วนมอนสเตอราด่างมินต์เป็นพืช 1 ใน 4 จากตระกูลมอนสเตอราด่าง (ได้แก่ มอนสเตอราอัลโบ มอนสเตอราไทคอน มอนสเตอราเหลือง ส่วนที่แพงและหายากที่สุดคือมอนสเตอรามินต์  ต้นไหนสมบูรณ์ มีฟอร์มต้นและใบสวย ๆ มีโอกาสขายได้ถึงหลักล้านบาทได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว 

มอนสเตอราด่างมินต์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘มอนมินต์’ ด้วยความด่างแบบมินต์หรือสีเขียวจางๆ นี้มักเกิดขึ้นได้ยาก เพราะยีนส์ด้อยมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก เช่น จากเมล็ดมอนสเตอรา 1,000 เมล็ดอาจจะเกิดด่างแค่ 1-10 เมล็ดเท่านั้น อีกทั้งต้นที่เป็นด่างจะโตช้ากว่าปกติ และหากเพาะจากเมล็ดจะมีโอกาสตายง่าย ดังนั้นเมื่อมีต้นด่างเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่หายาก เพราะใช้เวลาเพาะชำนาน ต้นทุนจึงค่อนข้างสูง ต้นแม่พันธุ์จึงมักมีราคาแพง และกลายเป็นที่หมายตาจากบรรดานักสะสมและผู้คลั่งต้นไม้ ซึ่งเท่าที่บรรดานักสะสมสืบเสาะกันมาก็พบว่า มอนสเตอราด่างมินต์ในประเทศไทยนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่สิบต้นเท่านั้น ราคาจึงยิ่งแพงลิบลิ่วอย่างที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ใครที่อยากลงทุนปลูกพันธุ์ไม้ประเภทนี้ดู ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

ต้นมอนสเตอราเป็นกระแสมาแรงในเมืองไทยช่วง 2-3 ปีนี้ เพราะเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ช่วยฟอกอากาศ ฟอร์มสวย และคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเฉพาะใบด่างที่เป็นพันธุ์ด้อยของมอนสเตอรา ยิ่งหายาก ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการ


เมืองไทยเหมาะกับการปลูกมอนสเตอรา

ว่ากันว่า อากาศร้อนชื้นของประเทศไทยนั้น เหมาะสำหรับการปลูกมอนสเตอราอย่างมาก และพืชพันธุ์มอนสเตอรานั้นขยายพันธุ์ง่าย และหากดูแลอย่างถูกวิธีก็จะมีอายุยืนยาวอีกด้วย ส่วนวิธีการปลูกเพาะเลี้ยงมอนสเตอราด่างมินต์จะเริ่มด้วยการเตรียมขุยมะพร้าวและแกลบดิน ซึ่งดินที่นำมาใช้ควรเป็นดินร่วนผสมวัสดุปลูก เช่น หินเพอร์ไลต์ ขุยมะพร้าว หรือกาบมะพร้าวสับ เพื่อทำให้ดินโปร่ง ถ่ายเทอากาศได้สะดวก และระบายน้ำได้ดี ไม่ทำให้ดินชื้นเกินไปจนทำให้รากเน่า ที่สำคัญอย่าลืมเลือกกระถางที่มีการระบายน้ำดี

หากเลือกปลูกด้วยต้นพันธุ์ ควรใช้เปลือกมะพร้าวสับใหญ่ลงก้นกระถางก่อน แล้วใช้ขุยมะพร้าวหรือเปลือกมะพร้าวสับเล็กประคองต้นเพื่อไม่ให้ต้นล้มหรือเอียงไปมา ประมาณ 6 เดือนก็เริ่มตัดใบขาย หรือตัดมาตกแต่งแจกันได้แล้ว  อีกวิธีคือการปลูกด้วยขอนหรือท่อนพันธุ์ เริ่มจากการปูฟื้นด้วยเปลือกมะพร้าวสับใหญ่ จากนั้นลงเปลือกมะพร้าวสับเล็กและวางขอนมอนสเตอรา โรยทับด้วยขุยมะพร้าวละเอียด ระวังอย่ากลบจนมิด ควรให้ขอนโผล่ขึ้นมารับแสงด้วย มิฉะนั้น ท่อนพันธุ์จะเน่าเสียหายได้ 

วางมุมไหนของบ้านถึงจะดี

มอนสเตอราเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดดปานกลาง หากนำมาตกแต่งในบ้านควรวางไว้ในที่ที่มีแดดรำไร เลี่ยงพื้นที่ที่โดนแสงแดดแรงโดยตรง การรดน้ำน้อยหรือมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคใบไหม้และใบเหลืองได้ ฉะนั้น รดน้ำสัปดาห์ละครั้งก็เพียง โดยเพิ่มความถี่ในการรดน้ำช่วงหน้าร้อนหรือเมื่อดินแห้ง และลดปริมาณการให้น้ำลงในช่วงฤดูฝน หรือหากดินยังชุ่มอยู่ หรือเวลาที่มีความชื้นในอากาศสูง 

นอกจากนี้ ในการปลูกมอนสเตอราสามารถย้ายกระถางได้ แต่ไม่ควรย้ายบ่อย เพราะจะทำให้ต้นโตช้า รวมถึงควรหมั่นใช้ผ้าหมาดเช็ดใบให้สะอาดเดือนละครั้ง โดยเน้นการเช็ดตามแนวเส้นใบ จะทำให้ต้นและใบมีความสวยงามอยู่เสมอ สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม ใบของต้นมอนสเตอราไม่เป็นอันตรายสำหรับคน แต่มีสารพิษบางอย่างเมื่อสัมผัสตัวสัตว์เลี้ยง แม้ไม่อันตรายมากแต่ก็ควรหลีกเลี่ยง ใครที่เลี้ยงสุนัขและแมว ขอแนะนำให้ปลูกในกระถางที่มีขาตั้งสูง ๆ สักนิด แต่สำหรับกับคนนั้น ไม่เป็นปัญหา เพียงเท่านี้คุณก็จะได้มอนสเตอราไว้ช่วยฟอกอากาศ มอบความสวยงาม รื่นรมย์ และยังทำเงินได้ดีในแง่ของการลงทุนอีกด้วย