ด้วยที่ตั้งของประเทศที่มีลักษณะเป็นคาบสมุทร มีพรมแดนขนาบด้วยทะเลเหนือและทะเลบอลติก เดนมาร์กเป็นประเทศที่มีพลังงานลมมหาศาล เราจึงเห็นกังหันลมจำนวนมากตั้งตระหง่านตลอดแนวชายฝั่งทะเล ทำให้เดนมาร์กกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่มีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง และเป็นผู้นำระดับโลกในด้านพลังงานลม ที่สำคัญเดนมาร์กเป็นประเทศที่หันมาใช้พลังงานหมุนเวียนได้เร็วที่สุดในโลก

ผู้ชายถือมือถือที่มีภาพ Hologram รูปกังหันลมตั้งบนเกาะ

 เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2563 รัฐบาลเดนมาร์กอนุมัติงบประมาณสร้าง ‘เกาะพลังงาน’ ซึ่งเป็นสองเกาะพลังงานแรกของโลก ซึ่งมีทั้งเกาะที่มีตามธรรมชาติอยู่แล้วในทะเลเหนือ เป็นศูนย์กลางโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่งที่สำคัญที่สุดของประเทศและป้อนไฟฟ้าให้กับประเทศต่างๆ ในยุโรป เมื่อแล้วเสร็จจะมีกำลังการผลิต 3 กิกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 10 กิกะวัตต์ในอนาคต ส่วนอีกแห่งเป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นมาใหม่อยู่กลางทะเลบอลติก โรงไฟฟ้านี้มีกำลังการผลิต 2 กิกะวัตต์ ทั้งสองแห่งมีกำหนดแล้วเสร็จเปิดใช้งานในพ.ศ. 2573 และเดนมาร์กจะเป็นประเทศแรกในโลกที่มีเกาะกลางทะเลสำหรับผลิตพลังงานโดยเฉพาะ 

กังหันลมสีขาวจำนวนมากเรียงรายอยู่กลางทะเล

ในรายงาน Energy Revolution : A Global Outlook จัดทำโดยทีมนักวิจัยจาก Imperial College London ประเทศอังกฤษ สำรวจการใช้พลังงานของ 25 ประเทศที่มีจำนวนประชากรครอบคลุม 80 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งโลก พบว่า เดนมาร์กเป็นอันดับ 1 ในการเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด ตามด้วยอังกฤษ และ แคนาดา 

โดยเดนมาร์กลดการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงลงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แทนที่ด้วยพลังงานลม ไฮโดรเจนและชีวมวล เป็นต้น พลังงานสีเขียวยังช่วยขับเคลื่อนให้เดนมาร์กมีเศรษฐกิจสีเขียว เมื่อเกิดการจ้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานสะอาดเป็นจำนวนมาก พลังงานสีเขียวจึงเป็นแรงสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะพลังงานลมที่พัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด