Grid Brief

  • เพราะวิถีชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ละบ้านจึงต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น
  • ตัวอย่างพื้นที่ใช้สอยจำเป็นของบ้านที่เพิ่มขึ้นมานั้น ได้แก่ ห้องดักเชื้อโรคก่อนเข้าบ้าน ห้องประชุมสำหรับการเรียนหรือทำงานผ่านระบบออนไลน์ พื้นที่ส่วนตัวสำหรับฝึกนั่งสมาธิ และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

เหตุการณ์เกิด ‘ห้องงอก’ ขึ้นมาในบ้านนั้นไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย แต่กำลังลามไปทั่วโลก อันเนื่องมาจากการแพร่ของโรคโควิด-19 และทิศทางการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เรามาเปิดประตูตามไปดูกันว่า ห้องงอกใหม่ในบ้านที่ว่านี้เอาไว้ทำอะไรบ้าง

ห้องดักเชื้อโรค: Quarantine Room  

พื้นรองเท้านำพาเชื้อโรคเข้ามาในบ้านได้อย่างที่คุณจินตนาการไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นเชื้ออีโคไลที่ทำให้ท้องร่วง ยาฆ่าแมลง สารเคมีและแม้แต่ไวรัสโคโรนา 

Expert Says :

Dr. Deborah Sullivan แห่ง University of Kansas Medical Center แนะนำว่า พื้นที่หน้าประตูบ้านคือด่านฆ่าตัดตอนเชื้อโรคที่สำคัญที่สุด เราจึงควรถอดรองเท้า พ่นแอลกอฮอล์ให้ทั่วแล้ววางรองเท้าไว้นอกบ้าน หรือถ้าอยู่อะพาร์ตเมนต์ก็ให้ผึ่งรองเท้าทิ้งไว้ 1 นาทีก่อนนำเข้ามาในห้อง ถ้าจะให้ดีควรวางตะกร้าไว้ข้างประตู เมื่อกลับมาจากข้างนอกจะได้ถอดเสื้อคลุม ถุงผ้าและรองเท้าใส่ตะกร้าเพื่อนำไปซักทำความสะอาดทันที


ห้องประชุม : Zoom Room

เมื่อต้อง Work from Home หรือเรียนออนไลน์ที่บ้าน คนทำงานและนักเรียนต้องใช้โปรแกรม Zoom (หรือโปรแกรมประชุมออนไลน์อื่น ๆ) กันแทบทุกวัน แม้บางคนจะใส่เสื้อทำงานในขณะที่ท่อนล่างยังใส่กางเกงนอนตบตาว่ามีความเป็นมืออาชีพอยู่ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็อาจโผล่บนหน้าจอได้ รวมถึงฉากหลังต่าง ๆ ที่เราไม่ต้องการโชว์คนภายนอก เช่น ไม้แขวนเสื้อที่ห้อยอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ตะแกรงวางถ้วยชาม โปสเตอร์วงเคพ็อพสุดโปรด หรือบางคนไม่รู้มุมกล้อง นั่งหันหลังให้หลอดไฟ หน้ามืดไปแถบหนึ่งก็มี  

Expert Says :

Cedric Stewart แห่ง Keller Williams Capital Properties บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก แนะนำว่า ถ้ามีห้องทำงานที่บ้านเป็นกิจจะลักษณะอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจำเป็นต้องเนรมิตพื้นที่ส่วนนี้ขึ้นมา ก็ให้เล็งบริเวณที่มีคุณสมบัติตามนี้ 1) สัญญาณไวไฟแรง 2) พื้นหลังโล่งหรือเป็นระเบียบเรียบร้อย 3) ถ้ามุมไหนในบ้านดูรกไปหมด ให้ใช้การขึงผ้าสีเรียบ ๆ เป็นฉากหลังแทนไปเลย 4) มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาด้านหนึ่งหรืออย่างน้อยไม่นั่งหันหลังให้แสง เพื่อไม่ให้คู่สนทนาต้องเห็นเราอยู่ในเงามืดตลอด


พื้นที่ของฉัน : ME Space

เนื่องจากสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ที่ทำให้สมาชิกทุกคนจำเป็นต้องลดละเลี่ยงการออกนอกบ้าน จากที่ผู้ปกครองเคยมีเวลาหายใจหายคอบ้างระหว่างที่ลูกไปโรงเรียน ก็กลายเป็นว่าต้องเรียนออนไลน์กับลูก บางคนต้อง Work from Home ไหนจะมีสัตว์เลี้ยง งานบ้านอีก ฯลฯ บางครอบครัวอาจรู้สึกว่า ช่วงเวลาเดียวที่ได้อยู่กับตัวเองและได้หายใจบ้างก็คือตอนขับรถออกไปซื้อกาแฟ หรือออกไปวิ่งเพื่อสลัดความเหนื่อย เครียด และความอึดอัดออกไปบ้าง ทั้งที่ครอบครัวรักกันดีไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน แต่พื้นที่ความเป็นส่วนตัวหายไป นอกจากนี้ การนั่งสมาธิก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการให้เวลากับตัวเอง เพื่อผ่อนคลายจิตใจให้รู้สึกโปร่งโล่งสบายขึ้น

Expert Says :

Sharon Salzberg นักฝึกสมาธิที่มีผลงานติดอันดับหนังสือขายดีของ New York Time’s Best Seller แนะนำว่า การทำสมาธิจะทำเวลาใดก็ได้ โดยเลือกมุมสงบและอากาศถ่ายเทสะดวก นั่งขัดสมาธิบนพื้น บนเบาะ หรือนั่งเก้าอี้ก็ได้ แต่อย่านอน เพราะอาจหลับก่อนสมาธิจะเกิดแน่ ๆ จากนั้นวางมือลงบนเข่าสบาย ๆ หลังตรง ทิ้งไหล่ลง จะหลับตาหรือมองต่ำก็ได้ การทำสมาธิไม่ใช่การนั่งเฉย ๆ ไม่ต้องคิดอะไร และก็ไม่ใช่การนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่ทำอะไรเช่นกัน หากเป็นการสังเกตลมหายใจ ณ จุดใดจุดหนึ่ง อาจเป็นที่ท้อง อกหรือปลายจมูกก็ได้ จดจ่อโดยไม่ควบคุม ไม่ฝืนหรือเกร็ง ในแต่ละวันควรหาเวลาอยู่กับตัวเองบ้างแม้สัก 1 นาทีก็ยังดี


จุดชาร์จพลังงาน : Home Charging Station 

ในอนาคตโลกจะก้าวสู่ยุคสมัยของรถพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มที่ แม้ขณะนี้จะมีจุดชาร์จรถอีวีในที่สาธารณะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่เจ้าของรถต้องสร้างสถานีชาร์จไว้ที่บ้านด้วย  

Expert Says :

การติดตั้งเครื่องชาร์จเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญ แต่เรื่องการจัดการพื้นที่เป็นธุระของเจ้าของบ้าน ซึ่งควรเคลียร์ที่ทางในโรงจอดรถไว้แต่เนิ่น ๆ โดยเลือกจุดติดตั้งเครื่องชาร์จให้อยู่ในจุดที่แห้ง สะอาด มีหลังคาปกคลุมและไม่โดนละอองฝน รวมทั้งควรเป็นจุดที่อยู่ใกล้ตู้เมนไฟฟ้าในบ้าน จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าเดินสายไฟยาว ๆ เกินความจำเป็น และระยะห่างระหว่างเครื่องชาร์จถึงจุดเสียบตัวชาร์จบนตัวรถควรห่างกันไม่เกิน 5 เมตร เนื่องจากสายเครื่องชาร์จมักมีความยาวประมาณ 5-7 เมตร