Grid Brief

  • คุณอาจคิดไม่ถึงว่ากิจวัตรประจำวันที่คุณทำอยู่ อาจเป็นภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพอยู่ ทั้งการจมอยู่กับสังคมออนไลน์ การนอนดึกตื่นสาย การกินพร่ำเพรื่อ การเครียดสะสม หรือแม้แต่แค่การไม่ทาครีมกันแดด

รู้หรือไม่ว่า กิจวัตรต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาจมีบางกิจกรรมที่ทำลงไปโดยไม่รู้ว่าส่งผลต่อสุขภาพและอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวได้ ลองไปสำรวจตัวเองกันดูเลย

ภาพวาดคนมีเชือกเส้นใหญ่พันระหว่างศีรษะกับหน้าจอมือถือที่อยู่ในมือตรงหน้า

1. ติดโซเชียลมีเดียงอมแงม

ในยุคดิจิทัลโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทมากในชีวิตเรา ตั้งแต่การสื่อสารที่เชื่อมคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน เป็นแหล่งความรู้ชั้นยอดและสร้างแรงบันดาลใจที่ดี แต่ถ้าปล่อยให้โซเชียลมีเดียดูดเวลาในแต่ละวันของคุณมากจนเกินไป นอกจากส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการงานที่คั่งค้างแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งโรคต่างๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคกลัวไม่มีมือถือใช้ (Nomophobia) จนวิตกกังวลเกินเหตุ โรควุ้นในตาเสื่อม จากการใช้สายตาจ้องหน้าจอมากเกินไป รวมถึงโรคทางจิตเวช ได้แก่ โรคสมาธิสั้น โรควิตกกังวล โรคย้ำคิดย้ำทำ และโรคซึมเศร้า หากจดจ่อสังคมออนไลน์มากเกินไป


ผู้หญิงนั่งหลับบนโซฟามือวางบนแป้นคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กที่เปิดทิ้งไว้บนตัก

2. เข้านอนดึกและตื่นสาย

นี่อาจเป็นนิสัยของใครหลายคน ที่เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ทีไร เป็นต้องขอนอนดึกแล้วตื่นสาย เพื่อชดเชยวันธรรมดาที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรีบไปทำงาน แม้คุณจะนอนครบ 6-8 ชั่วโมง มากกว่าวันธรรมดาเสียด้วยซ้ำ แต่พฤติกรรมนี้กลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด เพราะจากงานวิจัยของบริษัทคาโอและมหาวิทยาลัยเซดะแห่งญี่ปุ่น พบว่า การนอนดึกทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนจากการกินมื้อดึก และเมื่อตื่นสายก็พลาดอาหารเช้า ทำให้อยากกินของหวานหลังจากตื่นนอน ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานในอนาคตได้ นอกจากนี้ การนอนดึกยังทำให้ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายขาดสมดุล ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลง แต่ที่เห็นชัดคือหลังตื่นนอนคุณจะรู้สึกเฉื่อยชา งัวเงีย ไม่สดชื่น แล้วยังอาจรู้สึกอ่อนเพลีย หงุดหงิด ไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนกลิ้งไปมาหรือนอนนิ่งเป็นผักอยู่บนเตียงทั้งวัน


ผู้หญิงเปิดตู้เย็นหยิบโดนัทมากิน

3. กินไม่หยุดปาก

หมายรวมถึง การกินโดยไม่ได้รู้สึกหิว การกินทั้งที่ไม่ได้ถึงเวลามื้ออาหาร และการกินเกินอิ่มจนรู้สึกจุก หากทำเป็นประจำไม่เพียงเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนจะถามหาเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และ หลอดเลือด ส่วนใหญ่มักเกิดกับอาหารที่ชอบเป็นพิเศษ เมื่อกินปริมาณมากเข้า ก็อาจทำให้ได้รับสารอาหารบางชนิดมากเกินไปได้  แล้วพฤติกรรมนี้ก็มักทำให้เจ้าตัวรู้สึกผิด และ แย่กับตัวเองจนนำมาสู่โรคทางอารมณ์หรือโรคทางจิตเวชด้วย


ผู้หญิงใช้แถบสีเทียบสีผิวบนแขนผู้ชายที่สีผิวแตกต่างกันชัดเจนส่วนที่โดนแดดและอยู่ในร่มผ้า

4. ไม่ทาครีมกันแดด

ต้องเข้าใจก่อนว่าครีมกันแดดไม่ได้เป็นเครื่องประทินผิวเพื่อความสวยความงามของคุณสาวๆ เท่านั้น แท้จริงแล้ว ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะบ้านเราที่เป็นเมืองร้อน แดดค่อนข้างแรง การทาครีมกันแดดจะช่วยป้องกันรังสียูวีในแสงแดดที่ทำให้ผิวหนังไหม้ แสบร้อน บวมแดง หรือคันได้ หากปล่อยให้ผิวโดนแดดต่อเนื่องเป็นประจำอาจทำให้เกิดกระ ฝ้าขึ้นได้ ที่สำคัญรังสียูวียังเป็นตัวการสำคัญในการทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินที่อยู่ในชั้นผิว ทำให้ผิวบริเวณนั้นแห้งและหยาบกร้านจนกลายเป็นริ้วรอยในที่สุด แต่ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือการทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง


5. เครียดเป็นประจำ

แม้ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากรักสุขภาพต้องรู้จักวิธีรับมือและจัดการกับความเครียดให้ได้ ซึ่งความเครียดนั้นมีทั้งที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วร่างกายตอบสนองทันที ด้วยการหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) เพื่อเตรียมพร้อมในการฟื้นฟูร่างกายจากภาวะเครียด ส่วนความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวันแต่ร่างกายไม่แสดงออกนั้น จะกลายเป็นความเครียดสะสม ส่งผลต่อด้านจิตใจและอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหลอดเลือดสมอง

Cover Illustration โดย ANMOM