นอกจากปัจจัย 4 ที่เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพสำหรับมนุษย์เราแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เงิน’

เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวแทนความมั่นคง การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และแทบจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา ทำให้จำเป็นต้องทำงานเพื่อได้ผลตอบแทนเป็นเงินกลับมาโดยใช้ทั้งเวลา พลังกาย และสติปัญญาแลกมา หากเขียนเป็นสมการการทำงานแบบปัจเจกบุคคลพอสรุปได้ว่า

เงิน (ผลตอบแทน) = เวลา + แรงกายใจ

ทั้งนี้ แต่ละอาชีพต่างก็ให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน ทว่า คนที่ทำงานและมีรายได้มากไม่ได้การันดีว่าจะเป็นผู้มั่งคั่งร่ำรวยทรัพย์สินมหาศาลเสมอไป บางครั้งคนที่รายได้น้อยกว่ากลับมีเงินสะสมเพิ่มพูนมากกว่า นั่นหมายความว่า การมีรายได้เยอะไม่ใช่เหตุปัจจัยที่จะทำให้คนเราร่ำรวยได้เท่านั้น

เราอาจทำงานและใช้เงินมาทั้งชีวิต โดยที่ไม่เคยรู้จักและเข้าใจกับคำว่าเงินอย่างจริงจัง เงินเปรียบได้กับหนุ่มสาวหน้าใสที่ทำให้เรามีความสุขเพียงชั่วคราว หากอยากเริ่มต้นศึกษานิสัยของเงิน แนะนำให้อ่าน ‘The Richest Man in the Babylon’ ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ.2469 นับเป็นหนังสือที่อธิบายอุปนิสัย หลักการด้านการเงินส่วนบุคคล ด้วยการเปรียบเทียบในรูปแบบนิยายให้อ่านสนุก โดยสะท้อนแง่มุมต่าง ๆ ด้านการเงินที่เรียกได้ว่าเป็นระดับ ‘ผลงานชิ้นเอก’ ของหนังสือด้านการเงินและเป็นที่ยอมรับมาถึงปัจจุบันเลยทีเดียว ซึ่งสามารถนำไอเดียจากหนังสือไปต่อยอด เรียนรู้ด้านการบริหารเงินส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี

Credit: mamewmy

เมื่อทำงานหาเงินมาได้ จงให้เงินตนเองก่อน

คนส่วนใหญ่อาจตีความประโยคนี้ตามความเข้าใจของตนเองว่า ค่าตอบแทนที่ได้รับจากการทำงานคือการให้เงินตัวเอง ทั้งที่จริงแล้ว การนำเงินที่ได้มาไปใช้จ่ายต่างหากที่จะบอกว่าเรานำเงินนั้นไปให้ใคร ซึ่งเรามักจับจ่ายใช้สอยตามความต้องการและเมื่อเหลือใช้จึงนำไปเก็บเป็นเงินออม นั่นหมายความว่าเราให้เงินตัวเองเป็นลำดับสุดท้าย อธิบายง่าย ๆ ได้ว่า

เงินออม = รายได้ – รายจ่าย

ใครที่บริหารจัดการเงินของตัวเองแบบนี้ อยากให้ท่องไว้ในใจว่า เราทำงานเหนื่อยมาทั้งที จงให้เงินตัวเองเป็นคนแรกเสมอ หากทำได้เช่นนี้ วันหนึ่งจะพบว่า เราจะมีเงินส่วนนี้ที่ได้กันเก็บไว้ให้ตัวเอง


แยกให้ออกระหว่างสิ่งที่ปรารถนาและสิ่งจำเป็น

เมื่อมนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความต้องการไม่สิ้นสุด คนที่มีรายได้เยอะ ก็อาจจะประสบภาวะเงินไม่พอใช้ได้ เราจึงควรฝึกแยกแยะให้ออกว่า สิ่งไหนคือ ‘ความจำเป็น’ และสิ่งใดเป็น ‘ความปรารถนา’ โดยลองสังเกตจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพื่อลดทอนค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยออกไป ทว่า บางครั้งการให้รางวัลตัวเองด้วยของที่อยากได้เป็นสิ่งที่ทำได้ หากไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนในภายหลัง จำไว้เสมอว่า ‘ควรทำให้เงินทุกบาทที่จ่ายออกไปนั้น ต้องคุ้มค่าเต็มร้อยเสมอ”

Credit: Micheile Henderson

เพาะปลูกขยายพันธุ์เงินให้เจริญงอกเงยทวีคูณ

แม้การมีเงินออมจะเป็นก้าวแรกของความมั่งคั่ง แต่ยังไม่ได้ทำให้เรามั่นคง เราจึงต้องรู้จักวิธีเพาะปลูกเพื่อขยายพันธุ์เงินออมให้เพิ่มพูนขึ้น ซึ่งในโลกทุนนิยมนั้น การสร้างผลตอบแทนไม่จำเป็นต้องลงมือลงแรงเองเพียงอย่างเดียว

เงินผลตอบแทน = เวลา + แรงกายใจ + เงินทุน

เมื่อพลังเงินออมกลายเป็นกองทัพเงินทุนที่มีพลังและมูลค่ามาก เมื่อนั้นเงินออมจะยิ่งสร้างรายได้ให้เจ้าของมากยิ่งขึ้น

การมีทรัพย์สมบัติทำให้เราเป็นผู้มั่งมี แต่กระแสเงินสดที่ไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสร้างความมั่นคงให้เราได้ และในวันที่เรามั่นคงมากพอ ก็สามารถใช้ ‘เวลา’ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดทำสิ่งที่ต้องการได้ โดยไม่ต้องทุ่มให้กับการทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

เงินผลตอบแทน (ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต) = เงินทุน

Credit: xb100

‘เงินลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ในเวลาอันรวดเร็วเป็นแค่ความฝัน’ 

การสร้างผลตอบแทนจากเงินออม หรือเงินลงทุนนั้นมีพลังมากกว่าที่คิด เพราะเป็นผลตอบแทนทบต้นที่สามารถสร้างรายได้ให้ผู้ลงทุนได้อย่างมหาศาล ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราออมเงินเดือนละ 10,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยมีผลตอบแทนปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ จะได้ยอดเงินเก็บรวม 1.58 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดเงินที่ไม่เลวนักเมื่อเทียบกับเงินทุน 1.2 ล้านบาท ต่อมาผ่านไป 20 ปี ยอดเงินออมจะกลายเป็น 4.16 ล้านบาท จากเงินลงทุน รวม 2.4 ล้านบาท โดยมาจากผลกำไรประมาณ 1.76 ล้านบาท แต่เมื่อผ่านไป 30 ปี เราจะมีเงินรวมทั้งสิ้น 8.37 ล้านบาท

ถึงตรงนี้จะเห็นแล้วว่า แค่ลงทุนเดือนละ 10,000 บาท จากผลตอบแทนแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถสร้างมูลค่าให้ผู้ที่มีวินัยในการออมอย่างต่อเนื่องได้อย่างมากมาย ยิ่งใครสามารถหาช่องทางที่จะสร้างผลตอบแทนได้สูงขึ้นเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ในเวลา 30 ปี ยอดเงินรวมที่ได้จากการลงทุนเดือนละ 10,000 บาทนั้น จะสูงถึง 14.68 ล้านบาทุเลยทีเดียว

หลายคนอาจกำลังสับสนว่า นี่คือโฆษณาชวนเชื่อมาหลอกให้นำเงินมาลงทุนหรือเปล่า เพราะมีข่าวทำนองนี้ให้ได้ยินข่าวอยู่บ่อย ๆ แต่เราแค่อยากอธิบายถึงความมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้นที่ยิ่งมากขึ้นทวีคูณ เมื่อเวลายิ่งผ่านไปนานเท่าใด ผลตอบแทนยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น ทว่า ต้องเข้าใจว่าการลงทุนที่ปลอดภัยจะให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงนัก และต้องใช้เวลาเพื่อให้ดอกผลงอกเงย เปรียบเหมือนทำการเกษตรที่หลังจากเพาะปลูกแล้ว ต้องรอเวลาออกดอกผลให้เก็บเกี่ยว ส่วนใครที่ใจร้อน อยากมั่งมีเร็ว ๆ ต้องการผลตอบแทนสูงในเวลาอันสั้น ขอให้รู้ไว้ว่า ผลตอบแทนที่สูงเกินจริงนั้นไม่มี และการลงทุนที่สร้างรายได้ในเวลาอันสั้นนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะแม้แต่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ก็ยังใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้างมูลค่าทรัพย์สินให้ตัวเองและยังสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงควรศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้เงินทุนที่เก็บออมมาด้วยความเหนื่อยยากนั้นกลับคืนมาอย่างปลอดภัย


การลงทุนที่ดี จะใช้ความหวังน้อย

ในยุคโลกไซเบอร์เช่นปัจจุบัน เราทำธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงลงทุนทุกอย่างผ่านมือถือได้แล้ว ประกอบกับการมี

ข้อมูลและรูปแบบการลงทุนที่มากมายหลากหลาย อาจทำให้เกิดความสับสนระหว่าง ‘การลงทุน’ กับ ‘การเสี่ยงโชค’ ได้ เช่น การซื้อลอตเตอรี่ถือเป็นการลงทุนเช่นเดียวกับการซื้อทองหรือคริปโตเคอร์เรนซีหรือเปล่า เพราะหากคุณถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้เงิน 6 ล้านบาท จากการซื้อลอตเตอรี่ 80 บาท ก็นับเป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ

จากการศึกษาข้อมูล พบว่า การลงทุนที่ปลอดภัยจะมีโอกาสทำกำไรมากกว่าขาดทุน ดังนั้น การลงทุนที่น่าสนใจคือ

การลงทุนที่ไม่ต้องลุ้นการทำกำไรมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการลงทุนที่น่าสบายใจมากขึ้นเท่านั้น ส่วนผลตอบแทนนั้นถึงจะพอคาดเดาได้ แต่ก็เป็นไม่มีใครบอกได้ถูกต้องแม่นยำ เพราะแม้แต่คนที่ประสบความสำเร็จที่สุด ก็ยังคาดเดาผิดพลาดนับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน

หลักคิดที่ได้กล่าวมานั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่น การมีวินัย และความสม่ำเสมอ ตั้งแต่การเริ่มออมเงินและควบคุมค่าใช้จ่ายตนเอง รวมถึงการศึกษาข้อมูลหาช่องทางในการลงทุนนั้น เช่น การซื้อกองทุน โดยเฉพาะรูปแบบกองทุนดัชนีที่มีการกระจายความเสี่ยง และโอกาสสร้างกำไรในระยะยาวได้อย่างมั่นคง หากมีโอกาสต่อไปจะมาขยายความ และชี้เป้ารูปแบบการลงทุนแบบต่าง ๆ และวิธีการส่งเงินไปทำงานแทนเราเพื่อที่เราจะได้ใช้ ‘เวลา’ กับ ‘พลังชีวิต’ เพื่อแสวงหา ‘ความสุขให้ชีวิตบ้าง…ในสักวันหนึ่ง

เรื่องโดย : ณัฐวร พัฒนาค PEA Creator
รูปโดย: Micheile Henderson