E-diesel ของสตาร์ตอัป Infinium ก็คือ E-fuels หรือ Electrofuels เชื้อเพลิงสังเคราะห์ที่ผลิตจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกกักเก็บ และก๊าซไฮโดรเจนที่ได้จากพลังงานลม จึงได้ชื่อว่าเป็น ‘กรีนไฮโดรเจน’ ข้อดีของเชื้อเพลิงชนิดนี้คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกใช้ในการผลิต E-diesel มีปริมาณเทียบเท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่อากาศ จึงเป็นเชื้อเพลิงที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนโดยรวมต่ำ 

ดีเซลที่ผลิตจากน้ำเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ในเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา Infinium สตาร์ตอัปที่ได้รับเงินทุนจากสองมหาเศรษฐีระดับโลก Bill Gates และ Jeff Bezos เปิดโรงงานผลิต E-diesel เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์แบบเต็มสูบแห่งแรกของโลกที่เมืองคอร์ปัส คริสตีในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา และมีลูกค้ารายแรกแล้วคือ รถบรรทุกสินค้าของ Amazon กิจการสำคัญของ Jeff Bezos นั่นเอง 

Amazon เขียนคำปฏิญญา The Climate Pledge ว่า จะเปลี่ยนบริษัทที่มีรายได้ต่อปีถึง 574.785 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้เป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ภายในปี 2583 หนึ่งในการปรับตัวครั้งใหญ่ก็คือเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกขนส่งสินค้าเป็นรถพลังงานไฟฟ้า 100,000 คัน ซึ่งจะช่วยกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละหลายล้านตัน 

Infinium สตาร์ตอัปด้านเชื้อเพลิงสังเคราะห์ในแคลิฟอร์เนียได้รับเงินทุนจาก Amazon และ Breakthrough Energy Ventures บริษัทลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรมพลังงานยั่งยืนและเทคโนโลยีที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกที่ Bill Gates ชวนเพื่อนมหาเศรษฐีมาลงขันกัน รวมทั้ง Jeff Bezos ด้วย  

หลังจากไปเยี่ยมโรงงาน E-diesel ที่ตัวเองเป็นเจ้าของร่วมแล้ว Bill Gates เขียนในบล็อก GatesNotes ว่า “Infinium พยายามคิดค้นเชื้อเพลิงที่สามารถใช้งานได้กับเครื่องยนต์ที่มีอยู่แล้ว จึงหมายความว่าเจ้าของรถไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของตน จึงช่วยกำจัดอุปสรรคใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านไปใช้เชื้อเพลิงใหม่” Bill Gates ยังให้คำมั่นสัญญาด้วยว่า “ในอนาคตอันใกล้ คุณอาจได้รับกล่องพัสดุที่นำส่งโดยรถของ Amazon ที่เติมเชื้อเพลิง E-diesel ของ Infinium ก็เป็นได้” 

Credit: Infinium

เชื้อเพลิงลิตรละ 1,900 บาท!

Infinium ได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจาก Breakthrough Energy Ventures อีก 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้ผลิตเชื้อเพลิง E-diesel ได้มากขึ้นอีก 10 เท่านั้น ตั้งใจไปเปิดโรงงานผลิต E-diesel ในรัฐเทกซัส ที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลแหล่งใหญ่ของอเมริกา 

ก่อนหน้านี้ในปี 2565 มีโรงงานผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ E-fuels แห่งแรกของโลกที่ชิลีที่ชื่อว่า Haru Oni แต่เป็นเพียงโครงการทดลองและผลิต E-fuels 24,6000 ลิตรที่ใช้งานเฉพาะรถแข่งของค่าย Porsche เท่านั้น ต่างจากโรงงานของ Infinium ที่ผลิต E-fuels จำหน่ายเชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรก 

CreditL Porsche

ราคาเชื้อเพลิง E-fuels สูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่มาก ตามรายงานของ Potsdam Institute for Climate Impact Research เมื่อปีที่แล้วเปิดเผยว่า ต้นทุนผลิต E-fuels ของโรงงาน Haru Oni ที่ชิลีอยู่ที่ลิตรละ 50 ยูโร หรือประมาณ 1,900 บาท! สูงกว่าราคาขายส่งน้ำมันดีเซลจากเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 100 เท่า โดยต้นทุนที่สูงนั้นมาจากกระบวนการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ 

อย่างไรก็ตาม โรงงานของ Infinium ออกแบบสายพานการผลิตให้เชื่อมถึงกัน จึงช่วยลดต้นทุนการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปได้มาก และสามารถขยายการผลิตในระดับโลกได้ในอนาคต อาทิ โครงการทดลองที่ฝรั่งเศสนั้นมีท่อขนส่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยตรงจากโรงงานผลิตเหล็ก ทาง Infinium ไปทำโครงการต่าง ๆ กรุยทางไว้แล้วทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังงานทางเลือกสำหรับยานยนต์ที่ผู้คนใช้กันอยู่แล้วโดยไม่ต้องซื้อรถอีวี


รูปโดย: Freepik